แอพสโตร์ของแอปเปิ้ล สามารถทำยอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชันบนมือถือยอดฮิตอย่างไอโฟน และเครื่องเล่นมีเดียอย่างไอพอดทัช ได้มากกว่า 1.5 พันล้านครั้งภายในหนึ่งปี โดยความลับของความสำเร็จก็คือ การที่โปรแกรมสามารถดาวน์โหลดผ่านอากาศ (over-the-air) เข้าไปติดตั้งยังมือถือของผู้ใช้ได้โดยตรง และแพลตฟอร์มของการพัฒนาแอพฯบนมือถือที่แม้กระทั่งเด็กมัธยมก็ยังสามารถ พัฒนาได้
ทาง แอปเปิ้ลกล่าวว่า ปัจจุบันทางร้านมีจำนวนแอพฯให้ดาวน์โหลดมากกว่า 65,000 ตัว ในขณะที่มีนักพัฒนาคอนเท็นต์มากกว่า 10,000 รายที่ใช้โปรแกรมพัฒนาแอพฯบนไอโฟนของตน ซึ่งทำให้ทางร้านมีโปรแกรมต่างๆ มากมาย ตังแต่แอพฯสนุกๆ อย่างเบียร์ปลอม (Fake Beer) ที่ดื่มผ่านไอโฟนได้ไปจนถึงโปรแกรมการใช้งานในระดับองค์กรภาคธุรกิจอย่าง Oracle และ Saleforce
ประกอบกับการที่มีฮาร์ดแวร์มากมายกว่า 1,000 รายการที่สามารถต่อเข้ากับไอโฟนได้ ทั้งนี้เฟิร์มแวร์ล่าสุดยังเปิดโอกาศให้สามารถพัฒนาแอพพลิเคชันทีมีขีดความ สามารถมากกว่าเดิมได้อีกด้วย นอกจากนี้ เฟิร์มแวร์ 3.0 ของไอโฟนยังมาพร้อมกับโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับนักพัฒนา เนื่องจากมันเปิดโอกาสให้มีการสั่งซื้อสินค้าจากภายในแอพฯได้ รวมถึงการพัฒนาแอพฯให้ทำงานกับฮาร์ดแวร์ที่เป็นอุปกรณ์เสริมโดยเฉพาะของตน ได้อีกด้วย

" ไม่น่าจะมีอะไรในอุตสาหกรรมนี้ที่เทียบได้กับแอพสโตร์ทั้งในแง่ของขนาด และคุณภาพ" สตีฟ จอบส์ ซีอีโอของแอปเปิ้ลกล่าว "จากการที่มีการดาวน์โหลดแอพฯ มากกว่า 1.5 พันล้านครั้ง มันจะทำให้เป็นการยากมากที่ใคร(ในอุตสาหกรรมนี้)จะตามได้ทัน" และผลจากความสำเร็จของแอพสโตร์ทำให้คู่แข่งมือถือของแอปเปิ้ลต่างเปิดบริการ ของตนเอง เพื่อให้บริการลูกค้าได้สืบค้น ซื้อขาย ดาวน์โหลด และติดตั้งแอพฯ ผ่านอากาศได้เช่นเดียกวัน แม้ัมันจะเป็นการยากที่จะตามทัน แต่คู่แข่งต่างก็มีวิธีในการช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดที่แตกต่างกันไปตามความนิยม ของลูกค้าในมือถือแพลตฟอร์มนั้นๆ
กูเกิ้ลกล่าวว่า ตลาดของแอนดรอยด์จะมีลักษณะที่เปิดมากกว่าแอพสโตร์ของแอปเปิ้ล ซึ่งต้องการมีการผ่านกระบวนการตรวจสอบของแอปเปิ้ล ในขณะที่โนเกียจะชูแอพฯที่รวมเอาโซเชียลเน็ตเวิร์กกิ้ง และ GPS ตามคอนเซปต์ "Connecting People"ที่จะให้ประสบการณ์ในการใช้แอพฯที่เหนือกว่า ส่วนทางด้านไมโครซอฟท์ก็จะมี Windows Marketplace for Mobile ซึ่งจะเปิดให้บริการในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
No comments:
Post a Comment